“รัฐ”อุ้ม”รฟท.”เล็งปรับขึ้น ค่าโดยสารเพิ่มอีก 50% 

“รัฐ”อุ้ม”รฟท.”เล็งปรับขึ้น ค่าโดยสารเพิ่มอีก 50% 
รฟท.เสนอแผนฟื้นฟูกิจการเรียกเก็บค่าแรกเข้า 10 บาท เหมือนกับรถไฟใต้ดิน เตรียมปรับขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีก 50% ตามระยะทาง ชี้แบกหนี้อ่วมกว่า 120,374 ล้าน  ด้าน”สมคิด” กดปุ่มไฟเขียวแต่ต้องปรับบริการ

รายงานข่าวการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  เปิดเผยว่า  ตามแผนฟื้นฟูกิจการของรฟท. เตรียมปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงและเป็นไปตามนโยบายการกำหนดราคายุติธรรมตามนโยบายของนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช. คมนาคม เบื้องต้นมีแนวคิดที่จะเก็บค่าแรกเข้าการใช้บริการรถไฟ เช่นเดียวกับการจัดเก็บค่าโดยสารของรถไฟฟ้าใต้ดิน

สำหรับโครงสร้างค่าโดยสารใหม่นั้นจะจัดเก็บอัตราแรกเข้า 10 บาท จากเดิมที่ไม่เคยจัดเก็บมาก่อน  และทำการจัดเก็บค่าโดยสารเพิ่ม 50% ตามระยะทาง  ซึ่งค่าโดยสารใหม่ชั้น 3 ระยะทาง 0-100 กม.เทากับ 0.323 บาทต่อกม.จะทำให้รายได้ค่าโดยสารเพิ่ม 30% และรฟท.ไม่ได้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารมาตั้งแต่ปี 28 และขาดแคลนบุคคลากรที่จะรองรับภารกิจที่เพิ่มขึ้น และมีภาระหนี้สิน ณ วันที่ 30 ก.ย.60 ประมาณ 120,374 ล้านบาท  ไม่รวมหนี้แอร์พอร์ตลิ้ง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยถึงการปรับขึ้นค่าโดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ระฟท.)ว่า นั้น ได้ให้ผู้บริหารรฟท.ไปดูรายละเอียดชัดเจนว่าจะต้องมีการปรับขึ้นเมื่อไร เพราะรฟท.ไม่ได้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ต้องสอดคล้องกับการปรับปรุงการให้บริการที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

นายทนงศักดิ์   พงษ์ประเสริฐ  รองผู้ว่ารฟท. กล่าวว่า  รถไฟใช้อัตราค่าโดยสารเดิมมานานมาก และเป็นอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง โดยวางแผนไว้ว่าในช่วง 6 เดือนจะต้องมีการปรับปรุงด้านการให้บริการ โดยเฉพาะขบวนรถไฟ  ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้ว 148 ขบวน จากที่มีอยู่ทั้งหมด 500-600 ขบวน  และขณะนี้กำลังเร่งทยอยปรับปรุงซ่อมแซมให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น  และหลังจากนั้นก็ต้องขยายเส้นทางรถไฟทางคู่ การจัดซื้อขบวนรถใหม่ รวมถึงหัวรถจักร 

“การพัฒนารถไฟจะต้องทำควบคู่กันไปหากต้องการที่จะปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยยอมรับว่าอัตราค่าโดยสารปัจจุบันต่ำ  เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทราคิดอัตรา 13 บาท หรือกรุงเทพฯ-บางซื่อคิดอัตรา 2 บาทเป็นต้น   หากเทียบกับรถเมล์ร้อนราคา 6.05 บาทต่อคน ถือว่าจัดเก็บที่อัตราสูงกว่ารถไฟ”

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม กล่าวว่า ไม่ให้ปรับราคาค่าโดยสารรถไฟจนกว่าการก่อสร้างรถไฟทางคู่เฟสแรกจะแล้วเสร็จ  โดยงานก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่1 จำนวน 5เส้นทาง 1.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 2.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 3.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ 4.ช่วงนครปฐม-หัวหิน และ 5.ช่วงหัวหิน-ประจวบฯ รวมระยะทาง 702 ก.ม. มูลค่าลงทุนรวม 69,500 ล้านบาท 

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์